ธันวาคม 09, 2019, 06:16:10 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครรู้เรื่องการปฎิบัติวิปัสสนาบ้างคร  (อ่าน 20 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Zebakai
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: หญิง
อายุ: 151
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 3233


เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2019, 10:41:05 AM »

Permalink: ใครรู้เรื่องการปฎิบัติวิปัสสนาบ้างคร
ผมได้ปฎิบัติวิปัสสนามาเป็นเวลานานพอสมควรแล้วครับ คือการรู้รูป/นามหรือกาย/ใจ
ทางกายก็คือตามรู้อาการเคลื่อนไหวของร่างกาย และการรู้รูป ยืน เดิน นั่ง นอน
ทางใจก็คืออาการต่างๆเช่นตามรู้อาการ โกรธ เศร้า ดีใจ เสียใจ ท้อแท้ สงบ  และอื่นๆอะครับ
แล้วเมื่อปฎิบัติมากพอก็จะเกิดปัญญาคือเห็นความไม่เที่ยง เห็นการการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปของรูปนามอะครับ แต่ผมปฎิบัติมาได้สักพักแล้วแต่ยังไม่เกิดปัญญาหรือเห็นอะไรเลยอะครับ ใครทราบเรื่องการปัฎิบัติวิปัสสนาช่วยแนะนำหน่อยครับ




บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 42
กระทู้: 815
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2019, 09:53:06 PM »

Permalink: ใครรู้เรื่องการปฎิบัติวิปัสสนาบ้างคร
สิ่งที่ผมจะกล่าวจากนี้ผู้รู้ย่อมรู้ได้เฉพาะตน คือ ปัจจัตตัง ซึ่งผมยังเป็นเพียงผู้ไม่รู้เท่านั้นแค่แลกเปลี่ยนความรู้เห็นกันครับ ดังนั้นมีทั้งของจริงและไม่จริงตามปะสาปุถุชน ท่านต้องแยกแยะเอาครับ เพื่อให้รู้ว่าธรรมของพระพุทธเจ้าให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ดังนี้...

- นั่นยังไม่ได้เห็นไตรลักษณ์จริงด้วยจิต มันเห็นโดยความหมายรู้อารมณ์ ธัมมะวิจยะที่เป็นองค์ธรรมแท้จึงยังไม่เกิด เพราะเหตุยังไม่พอ ทำสะสมไปเรื่อยๆ เหตุยังไม่พอหรือยังไม่ทำจะไปเอาผลซะแล้วมันไม่ได้ เมื่อเหตุอันไหนเต็มธรรมข้อนั้นจะแสดงตลอดเวลาโดยไม่ใช่ความจดจำ
 
- เมื่อไหร่เห็นจริงจิตทำความตรึกที่เป็นองค์ธรรม คือ การแนบแน่นปักแน่วแน่สภาวะธรรมไม่คลาดเคลื่อน ความตรึกไม่ใช่ตัวรู้ นิมิตไม่ใช่ตัวรู้ ธัมมะวิจะยะไม่ใช่ตัวรู้ ตัวรู้ไม่ใช่ปัญญา แต่เพราะความรู้เห็นตามจริงของตัวรู้จึงเป็นปัญญา จิตมันทำของมันเอง ตัวรู้เป็นแค่ผู้ดู ผู้รับรู้ แล้วถึงความรู้นั้น

- ทุกอย่างทั้งหมดล้วนเป็นกรรม และความสืบต่อของมัน มีเจตนาเป็นใหญ่จากความเอาใจเข้ายึดครอง
   ..กรรมนี้ๆเป็นทุกข์ ด้วยความข้องแวะของใจ
   ..กรรมนี้ๆเป็นสุข ด้วยความไม่ข้องแวะของใจ
   ..กรรมบถแจ้งชัดในใจ
   ..เห็นความล่วงไปสืบไปในภายใน เห็นความล่วงไปสืบไปในภายนอก
   ..เห็นสิ่งที่ควรละ เห็นสิ่งที่ควรเจริญ เห็นเหตุปัจจัย เห็นความตั้งอยู่ เห็นความเสื่อมไป ถึงพระรัตนตรัย
   ..เข้าถึงกุศลกรรมบถ 10 มีสัมมาทิฏฐิเข้าถึงสัทธาอันประกอบด้วยปัญญา
   ..ถึงความว่าง ความไม่มี ความสละคืน

- (บางท่านเหตุไม่พอก็เห็นทีละอย่าง ต้องทำสะสมไปแบบสาสวะจนถึงอนาสวะ ..บางท่านเหตุเต็มแล้วจิตก็จะเดินเข้าในคราวเดียวด้วยรอบ 3 อาการ 12)

- (พระโสดาบันขึ้นไปจึงไม่เหลื่อมในศีลของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดา ถึงพระพุทธเจ้า รู้ว่าพระพุทธเจ้ามีจริง ไม่มีพระพุทธเจ้า จะไม่มีพระธรรม ไม่มีพระสงฆ์ ไม่ลังเลสงสัย ไม่แคลงใจ เห็นความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มีใจออกจากความหมายมั่นเข้ายึดครอง)



บทความทั้งหมดเป็นเพียงความรู้สัมผัสได้จริงของปุถุชนเท่านั้นนะครับ ยังอยู่เพียงการสละคืนอย่างปุถุชน แค่น้อมไปในจิตของพระอริยะ ผมไม่กล่าวเกินกว่าสิ่งที่เข้าถึง เพราะเป็นการอวดอุตริ หากพูดถึงทางบรรลุมีมากในพระไตรที่พระพุทธศาสดาตรัสสอนไว้ดีแล้ว อยู่ที่ท่านจะทำให้เข้าถึงได้ตามเหตุ คือ บารมีสะสมของท่านเองครับ

ขอให้ถึงธรรมโดยไวครับแล้วเผื่อแผ่แก่หมู่สัตว์สืบสานต่อพระพุทธศาสนาสืบไปครับ สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 08, 2019, 12:00:13 AM โดย เกียรติคุณ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap