ธันวาคม 01, 2020, 06:32:22 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2020, 11:56:32 AM 
เริ่มโดย ไหลเย็น - กระทู้ล่าสุด โดย Pigkaploy
ท่อนนี้เพราะดีครับ

 2 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 09:46:43 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
กินเจ (齋) ๓ ด้าน
 

        การกินเจ มีด้วยการ ๓ ด้านคือ

    ๑. ทางกาย คือ เราไม่กินอาหารที่ประกอบด้วยเนื้อสัตว์

    ๒. ทางความคิด คือ แม้แต่ความคิดของเราก็จะไม่ไปเบียดเบียนใคร ไม่ว่าจะเป็นคน หรือเป็นสัตว์

    เราไม่เบียดเบียนใคร คือ เราจะมีจิตใจจาคะ ให้เรารู้ว่าทำไมเราจะไม่ทำลายเขา

    สมมติว่า เรามีสิทธิ์กินเนื้อเขานี่ เขาเกิดมาเพื่อให้เรากินนี่ ยังอยู่ในแนวความคิด ก็คือ เรามีสิทธิ์ที่จะกินเนื้อเขา แต่เราไม่ใช้สิทธิ์ตัวนี้

    แล้วเราเอาอะไรมาบ่งบอกว่า เรามีสิทธิ์ที่จะกินเนื้อเขา?

    มนุษยชาติถือว่า นี่เป็นสัตว์โลก สัตว์ตัวนี้ก็ต้องมีกรรมวิบากมาเราถึงจะมีสิทธิ์ที่จะกินเนื้อเขา เป็นกรรมของสัตว์ ใช่...!!! เป็นกรรมของสัตว์ก็จริง แต่เราไม่ใช้สิทธิ์ในการไปลงโทษกรรมเขา เขาเรียกว่า ยุติธรรม เขาเรียกว่า อโหสิกรรม

    ๓. จิตวิญญาณ คือ หลีกเว้นจากความชั่ว ความไม่ดี ตั้งอยู่ในฐานแห่งความดี แม้ว่าเราหลีกเว้นไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว ยังช่วยเหลือมนุษย์ สัตว์ เหล่านั้นให้พ้นจากทุกข์

    ตัวจิตวิญญาณ ก็คือ เข้าสู่คำว่า "อโหสิกรรม" ถึงแม้เรามีสิทธิ์ แต่เรายังอโหสิ

    อโหสิกรรม คือ สิ่งที่เขากระทำเราแล้ว เรามีสิทธิ์ แต่เราไม่ใช้สิทธิ์ไปลงโทษเขา ไม่ถือสิทธิ์ไปลงโทษเขา และเราไม่ถือสาเขา ยกโทษให้

    อโหสิกรรมสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งคือ เราไม่ถือสา ก็คือให้ถือว่าเขาไม่เคยทำผิดอะไรกับเรา

    กินเจ คือ การจาคะ สละกิเลส หมายถึงเปลี่ยนแปลงตรงนี้ เช่น ของของกู นี้ผัวกู นี่เมียกู นี้ของกู

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 3 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 09:26:30 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
กินเจ กินยาถ่ายพยาธิ หรือยาปฏิชีวนะได้ไหม?

กินเจ ถ่ายพยาธิได้ไหมและกินยาปฏิชีวนะได้ไหม?

    กินเจ กินยาถ่ายพยาธิได้ กินยาปฏิชีวนะได้ เพราะเขาทำร้ายเราก่อน เพราะเป็นวิบากของเขาไม่ใช่ของเรา

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 4 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 09:21:15 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
เปิดร้านขายสเต็ก แต่บูชาเจ้าแม่กวนอิมและพระพิฆเนศ

    เทศกาลกินเจ ก็กินทุกปี แต่ว่าเราเปิดร้านขายสเต็ก และมีเนื้อวัวด้วย ในการนี้เราบูชาเจ้าแม่กวนอิมและพระพิฆเณศด้วย จะทำอย่างไรดี?

    เราเปิดร้ายขายสเต็กได้ แต่ก็สามารถกินเจในช่วงเทศกาลกินเจได้ แม้ว่าจะบูชาเจ้าแม่กวนอิมหรือพ่อพิฆเณศก็ตาม เพราะสิ่งนี้เป็นธุรกิจ อาชีพ เป็นการทำมาหากิน เป็นสิทธิที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อนุโลมให้ได้ แต่ถ้าคุณไปเที่ยวฆ่าคนอย่างนี้ไม่ได้ ฉะนั้น เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย

    ถ้าบอกว่า เราจะทำอาชีพที่สูงกว่านี้ได้ไหม?

    ก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้คุณก็ไม่ต้องทำอาชีพขายสเต็กสิ? ให้ขายอย่างอื่น ฉะนั้น เราจะต้องยอมรับว่าเรายังอยู่ในภูมิเช่นนี้ เราก็ต้องเป็นอย่างนี้ไปก่อน

    คนเราอย่าหลงภูมิ เพราะหลงภูมิจะทุกข์มาก

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 5 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 09:14:27 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
บริษัทห้ามพนักงานนำเนื้อสัตว์ เข้าภายในบริษัทในช่วงกินเจ

    คิดยังไงกับ "บริษัทที่ห้ามพนักงานนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าภายในบริษัท" ในช่วงกินเจ อนุญาตเฉพาะอาหารเจเท่านั้น?

    "บริษัทที่ห้ามพนักงานนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าภายในบริษัท" เป็นสิทธิของบริษัทแต่ละแห่ง แต่ละองค์กรเราจะเข้าไปทำงานเราจะต้องเชื่อองค์กรนั้น ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ควรจะไปทำ ถ้าพนักงานบอกว่าอยากจะอิสระ ฉะนั้น เราก็จะต้องลาออกไป เพราะบริษัทของเขา เขาทำถูกต้อง ๑๐๐% เพราะว่า บริษัทไม่ได้นำพาคนไปตาย พาคนไปทำดี ๑๐ วันนี้ บางคนกินเหล้าก็จะถูกงดเหล้า ครอบครัวเขาก็จะดีขึ้น

    บางคนกินเจแล้ว อาจจะสำนึก ทำบุญทำกุศลต่อ ตามหลักแล้ว อย่างนี้ควรจะมีบ่อยๆ

    มีเทศกาลอย่างนี้ก็จะถือว่าเป็นโอกาสที่จะงดทำชั่วโดยอัตโนมัติ

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 6 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 09:10:45 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
กินเจ ได้อะไร?

    การกินเจแล้วก็จะได้หลัก ๓ ข้อใหญ่ๆ ดังนี้

    ๑. กินเจก็จะได้ตามศรัทธา คือ ได้ตามสิ่งที่เราตั้งเจตนา ตั้งฐานจิตไว้

    สมมติว่าเรากินเจเพื่อมีเจตนาในการไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ผิดศีลข้อที่ ๑ เราก็จะมีความรู้สึกว่าเรามีศีลข้อที่ ๑ ในการไม่ฆ่าสัตว์

    ๒. เกี่ยวกับสุขภาพ คือ กินเจ กินผัก แล้วสุขภาพดี

    ๓. เป็นนิมิตหมายในการที่อยากจะแก้ไขอะไรต่างๆ เช่น แก้กรรม แก้พฤติกรรม แก้นิสัย สร้างอุปนิสัย

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 7 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 04:04:54 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
บัญญัติ ๑๐ ประการในการกินเจ

    ถ้าจะเอาจริงๆ ก็มีบัญญัติ ๑๐ ประการ ในการกินเจ

    ๑. เราจะต้องกินเจ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์

    ๒. ละเว้นจากสิ่งมึนเมา

    ๓. จะไม่นอนเตียง จะนอนฟูกธรรมดา คล้ายๆ นับถือศีล ๘ ของพ่อศิล แม่ศิล

    ๔. ละเว้นการฟังดนตรี ขับร้อง ฟ้อนรำ ระเริงบำ

    ๕. มีวัตรปฏิบัติ เช่น มีการสวดมนต์ ทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ฯลฯ

    ต่อไปจะเป็นการเจริญทางด้านใน ด้านปัญญา

    ๖.  เจริญปัญญา เอาธรรมะมาขบคิด

    ๗. ตั้งโปรแกรมฝึก

    ๘. ตั้งวัตรละเว้น สิ่งที่ตนเองชอบที่สุดก็จะมีการละเว้น เป็นการฝึกตบะ จะเรียกว่าฝึกตบะก็ได้

    ๙. จาคะ คือ สร้างกุศล แม้มีกุศลก็จะต้องมอบให้

        ๙.๑ จาคะด้านวัตถุ เช่น บริจาคสิ่งของ เงินตรา

        ๙.๒ จาคะทางด้านจิตใจ ไปช่วยเหลือคน ไปเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลให้ธรรมะ ให้ปัญญา

    ๑๐. จิตใจจะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์ที่เรานับถือ เช่น เจ้าแม่กวนอิม เราก็จะถือพระแม่สรณะ แล้วจิตใจของเราจะต้องผูกเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน ๙ วันนี้ไม่แยกเราออกจากท่าน ทุกลมหายใจเข้าออก เปรียบเหมือนเราคือท่าน ท่านคือเรา ข้อนี้อาจจะยากหน่อย

    ๑๐ ข้อนี้เป็นศีลแห่งการกินเจ เป็นศีลเจ (齋戒) (จับไก่ (十戒) : ไก่ (戒) คือ ข้อห้าม และข้อที่ควรทำ) ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ศีล ธรรม

    ศีล ก็คือ ข้อห้ามที่ไม่ให้ทำ
    ธรรม ก็คือ สิ่งที่ควรกระทำ

    การกินเจที่จริงมีอะไรให้ศึกษาเยอะแยะมากมาย แต่คนศึกษาไม่ถึงกัน

    ใน ๑๐ ข้อนี้ ก็มีหนัก-เบา เราก็ไปตั้งข้อวัตรเอง ที่เราจะพอทำได้ ตั้งแต่ข้อแรก จนถึงข้อสุดท้ายก็มีความหนักเบา มีเป็นขั้น อย่างน้อย ๕ ขั้นแรกก็เบาหน่อย ๕ ขั้นหลังเพิ่มกติกาบีบครั้น เพื่อบีบบังคับตนเองให้คุ้นเคย แต่มี ๑๐ ข้อให้ทำ แต่ก็มี ๑๐ ระดับให้ลึกลงไป

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 8 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 03:48:28 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
ถ้าเราคิดว่าเรามีบาปกรรมเยอะ ควรกินเจแบบใด

    ถ้ามีคนกล่าวว่า "คนบาปอย่างฉัน" เคยทำบาปกรรมมามากหรือแรงกรรมเยอะ จะต้องกินเจแบบไหน?

    เราจะต้องกินเจแบบสำนึก และรักษาศีล ๕ ขึ้นไป ให้กินเจแบบจิตสำนึก ถ้าไม่กินเจแบบจิตสำนึก ก็จะได้ประโยชน์น้อย

    สำคัญที่สุดเลย ทุกขั้นตอนในขั้นที่ ๑-๗  จะต้องกินแบบสำนึก เป็นตัวหัวใจ ในแต่ละขั้นก็จะมีจิตสำนึกมากขึ้นๆ สิ่งเหล่านี้จะกินแบบบำเพ็ญ กินแบบเกิดประโยชน์

    ถ้ารู้สึกสำนึกว่าเราบาป เราจะต้องรีบแก้ไข ถ้าไม่เช่นนั้นก็ป่วยการณ์ ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำให้เรารู้สึกตัวว่าทำบาป มีบาป สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกตัวนั้นทำให้เรามีวาสนา มีโอกาสที่เราจะแก้ไขได้ ฉะนั้นรีบแก้ซะ อย่าไปจมปลักกับสิ่งที่บาปกับสิ่งที่เคยทำมา สิ่งที่ควรแก้ไขเราจะต้องรีบแก้

    อานิสงส์การกินเจครบ ๙ วัน ขึ้นอยู่กับว่าฐานจิตที่เราตั้งขึ้นมา ถ้าเราปฏิบัติถูกต้อง จิตสำนึกย่อมแรง มีตัวแก้ไข อานิสงส์ก็คือได้รับการแก้ไขวิบากกรรมทั้งหลายทั้งปวง

    โดยเฉพาะกินเจในช่วงเทศกาลจะได้รับอานิสงส์แรง เช่น เทศกาล ปัจจุบันเป็นวาระของในหลวง วันประสูติ หรือวันขึ้นครองราชย์ ย่อมมีการอภัยโทษนักโทษ ก็เช่นเดียว ถ้าเราทำได้ในช่วงเทศกาล ก็จะได้รับอภัยโทษมากขึ้น ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่เรียกว่าเทศกาล บางคนก็จะไปช่วยงานอุทิศตน บำเพ็ญตน บางคนก็ไปช่วยทำอาหาร หรือบางคนก็ไปช่วยแนะนำให้คนไหว้ แม้แต่ร่างทรงก็จะไปลงโทษตัวเองเพื่อรับโทษ เหมือนกับพระเยซู ที่รับโทษแทนประชาชน ศิษยานุศิษย์ของท่าน

    เช่นเดียวกันกับพ่อขันธกุมาร (मुरुगन) ก็จะมีการร่างทรงมีการลงโทษตัวเอง เพื่อทำโทษตัวเองแทนให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของลูกศิษย์ ขอให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกันระหว่างเจ้ากรรมนายเวรและศิษยานุศิษย์ พ่อขันธกุมารจะถนัดแนวทางนี้ พ่อขันธกุมารคนอินเดียนับถือก็มาก แต่คนข้างนอกจะไม่ค่อยรู้กัน เลยนับถือแต่พ่อพิฆเณศ แต่พ่อพิฆเณศจะไม่ถ่ายโทษให้ ท่านจะบอกกล่าวแล้วให้เราไปทำ แต่พ่อขันธกุมาร จะถ่ายโทษให้

    และพ่อขันธกุมารก็จะเกี่ยวกับสงคราม เมื่อก่อนท่านปราบมารตลอด มีมารก็จะไปปราบ เพราะตอนที่สร้างพระขันธกุมารขึ้นมานั้น เพื่อไปปราบมาร เป็นวาระที่ปราบมาร แล้วพลังของพ่อขันธกุมารก็จะมาแนวพ่อศิวะ เพราะจะเป็นตัวแทนของพ่อศิวะ ตามที่พ่อศิวะมีพระบัญชาไปทำ เหมือนกับองคมนตรีทำหน้าที่แทนต่างพระเนตรพระกรรณของในหลวง

    การกินเจบำเพ็ญศีลนี้ หมายถึง เราจะต้องรักษาศีลมากขึ้น เช่น เทศกาลการกินเจ บุหรี่ก็จะห้าม ฟังเพลงก็จะห้าม จะแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงไม่ได้ เห็นผู้หญิงสวยแล้วอยากมีเพศสัมพันธ์อย่างนี้ก็ไม่ได้ เป็นฐานจิตราคะ


^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 9 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 03:12:00 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
ควรตั้งฐานจิตเจตนาก่อนกินเจ

    การที่เราจะกินเจนั้น ก่อนอื่นเลยเราจะต้องเคลียร์ฐานจิต เจตนาของเราให้ถูกต้องก่อนว่า กินทำไม? ทำไมเราต้องกิน? เช่น ยกตัวอย่าง ถ้าเราบอกว่า เรากินเจ (食齋) เพื่อถวายพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม (觀世音) อย่างนี้พูดผิดแล้ว เพราะว่าเจ้าแม่กวนอิมไม่ได้มีส่วนที่ต้องการให้เรากินเจ (食齋) ถวายท่าน เราควรตั้งฐานจิตบอกว่า "กินเจเพื่อฝึกฝนตนเอง" ความหมายตรงนี้จะชัดเจนกว่า แล้วก็ถูกต้องด้วย

    เราจะกินเจ แต่จะใช้ชีวิตยังไงในครอบครัวที่กินเนื้อสัตว์ "ชอ" (肉)?

    ก็ไม่มีปัญหาอะไร เราก็ต้องทำกินของเราเอง ถ้าทำกินไม่ได้ เราก็ไปซื้อ หรือตามโรงเจต่างๆ ยิ่งเทศกาลกินเจจะเยอะเลย

    ๑. เราจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เรากินเจเพื่ออะไร? เรากินเพื่อฝึกฝนตนเอง

    ๒. เราจะตั้งกำหนดว่าเราจะเอาขัั้นไหน ๑-๒-๓ ฯลฯ จะเข้มงวดขนาดไหน เราจะต้องตัั้งให้เรียบร้อย ไม่งั้นเราก็จะทะเลาะกับตัวเอง สมมติว่า เราจะกินเจเฉพาะช่วงเช้าไหม? หรือว่าเราจะกินอาหารกับเขาเราจะต้องทำกินเองจะได้ไม่ปนกัน

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

 10 
 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2020, 03:04:17 PM 
เริ่มโดย พรหมสิทธิ์ - กระทู้ล่าสุด โดย พรหมสิทธิ์
ระดับขั้นของการกินเจ

    การกินเจ เราสามารถกินอยู่ขัั้นไหน ระดับอะไร

    ขั้นที่ ๑ กินเฉพาะ ๑ มื้อ เช่นตอนเช้า

    ขั้นที่ ๒ กินทั้งวัน แต่เป็นมังสวิรัติหรือจะกินเฉพาะตอนเย็น ประเภทของการกินมังสวิรัติ คือ

    ๑) มังสวิรัตินมและไข่ (Lacto-ovo vegetarian) งดเนื้อสัตว์ แต่ยังทานผลิตภัณฑ์จากนมและไข่ได้ ถือเป็นกลุ่มมังสวิรัติที่ใหญ่ที่สุด

    ๒) มังสวิรัตินม (Lacto vegetarian) รับประทานนม แต่งดไข่

    ๓) มังสวิรัติไข่ (Ovo vegetarian) รับประทานไข่ แต่ไม่ดื่มนม

    ๔) มังสวิรัติบริสุทธิ์ (Vegan) เป็นกลุ่มมังสวิรัติที่ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ได้จากสัตว์

    ๕) มังสวิรัติปลา (Pesco vegetarian) เป็นกลุ่มมังสวิรัติที่บริโภคปลาและอาหารทะเล

    ๖) กลุ่มกึ่งมังสวิรัติ (Semi vegetarian) งดการรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู รับประทานเนื้อปลา ไก่ ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ต่าง ๆ

    ทำไมกินมังสวิรัติถึงกินปลาได้ เพราะคิดว่า การเกิดของปลาคือการอุทิศให้เป็นอาหารของมนุษย์ ของสัตว์โลก เป็นจิตปณิธานของปลา ฉะนั้น มังสวิรัติจึงกินได้ แต่ถ้าการกินเจก็จะเนื้อสัตว์ทุกชนิด ไข่กับนม บางคนก็จะเว้น บางคนที่ไม่เคร่งครัดก็จะไม่เว้น

    ขั้นที่ ๓ จะงดทุกอย่าง ไข่ นม ก็จะไม่กิน รวมทั้งผักของฉุน

    ๑) กระเทียม (garlic) ไม่ว่าจะเป็นหัวกระเทียม ต้นกระเทียม งดทั้งหมด เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อธาตุไฟของร่างกาย กระเทียมมีความระคายเคืองสูง อาจไปทำลายการทำงานของหัวใจได้ ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคตับ ไม่ควรรับประทานกระเทียมมาก

    ๒) หัวหอม (onion) หอมทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ใบหอม ต้นหอม หอมหัวใหญ่ หอมแดง ซึ่งตามหลักการแพทย์โบราณของจีนเชื่อว่า หัวหอม จะกระทบต่อธาตุน้ำในร่างกาย ไปทำลายการทำงานของระบบไต บริโภคมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมได้ง่าย นอกจากนี้ อาจส่งผลให้มีอาการตาพร่ามัว และทำให้กลิ่นตัวแรงกว่าปกติได้

    ๓) หลักเกี้ยว (Chinese garlic) หรือ กระเทียมโทนจีน ในทางการแพทย์ของจีนเชื่อว่า หลักเกียว หรือ กระเทียมโทนจีน ส่งผลกระทบต่อธาตุดินในร่างกาย และไปทำลายการทำงานของม้ามในร่างกายเรา

    ๔) กุยช่าย (Kuicheai) ทำลายการทำงานของตับ และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุไม้ ในกาย

    ๕) ใบยาสูบ (tobacco) ซึ่งหมายถึง บุหรี่ ยาเส้น นั้น เป็นของเสพติดมึนเมา โดยใบยาสูบจะไปทำลายการทำงานของปอด และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุโลหะในกาย (https://medium.com/@tor.sritong3663)

    ขั้นที่ ๔ เวลาปรุงอาหารจะใช้เกลืออย่างเดียว จะไม่ใช้อย่างอื่นไม่มีซอส เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว จะใส่เฉพาะเกลืออย่างเดียว

    ขั้นที่ ๕ เวลากินจะต้องกำหนดจิตว่า "ละ" กินสักแต่เป็นธาตุ ยกตัวอย่างเช่น เห็นว่าตรงนี้เป็นผักแล้วจะคุ้ยผักมากินไม่ได้ ต้องกินคล้ายแบบพระ คือ เอาของอาหารทุกอย่างเทลงในบาตรแล้วคนเข้าด้วยกันจนไม่มีรสชาติ เวลากินต้องกินแบบธาตุ

    ขั้นที่ ๖ กำหนดกินอาหารวันละมื้อ และต้องเจ ห้ามกิน ๓ มื้อ

    ขั้นที่ ๗ ยังกำหนดไปอีกว่า กิน ๑ มื้อนั้นจะกินแค่ไหน? ให้กินแบบสันโดษ กินเพียงพอแก่เหตุ ดื่มน้ำเปล่าได้ แต่น้ำหวาน น้ำอัดลมห้ามกิน ดื่มน้ำผลไม้ได้ สาเหตุที่งดน้ำหวาน เพราะความหวานทำให้เกิดการปรุงแต่งทางราคะ ความอยากกำหนัด พยายามหลีกเลี่ยงความหวาน กินหวานแต่ในผักผลไม้ แต่น้ำผึ้งนี้ให้กินอยู่ เพราะถือว่าเป็นยา กินน้ำผึ้งเป็นยา

    แล้วจำเป็นไหม? จะต้องไปเข้าพิธีสวดกินเจ

    ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมพิธี แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรทำ แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็ไหว้เอง กำหนดขึ้นเอง กำหนดกติกา ถ้าที่บ้านมีองค์เจ้าแม่กวนอิม กิ๋วอ๊วงฮุดโจว้ หรือตี่จั่งอ๊วง ก็ไหว้ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ให้จุดธูปกลางแจ้งก็ได้ ระลึกถึงเจ้าแม่กวนอิม (觀世音) กิ๋วอ๊วงฮุดโจว้ (九皇佛祖) หรือตี่จั่งอ๊วง (地藏王祷)


^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

หน้า: [1] 2 3 ... 10

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
ระบบหลังร้านบทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ พฤศจิกายน 23, 2020, 02:46:34 PM