กุมภาพันธ์ 23, 2020, 09:12:34 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2020, 05:16:26 PM 
เริ่มโดย มุ่ยซัน - กระทู้ล่าสุด โดย มุ่ยซัน
ถ้าเอาชนะใส่ร้ายด้วยการใส่ร้ายก็จะขยายใส่ร้ายให้แพร่ระบาดขึ้นอีกหลายเท่า​  ถึงขั้นใส่ร้ายลงโทษให้วอดวายฉิบหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ถ้าเอาชนะใส่ดีด้วยการใส่ร้าย​ ก็จะมอดไหม้​ เดือดร้อน​ ทั้งกายใจข้ามภพชาติ​ เสื่อมสูญสิ้นตระกูล​ 7  ชั่วโคตร ตกนรกหมกไหม้ข้ามภพข้ามชาติ​

ถ้าเอาชนะใส่ร้ายด้วยการใส่ดี​ อันนี้ก็จะปราบได้หมดไปทุกที่

ถ้าเอาชนะใส่ดีด้วยการใส่ดี​ โลกนี้ก็จะศิวิไลซ์​ ไม่ต้องโดนใส่ร้ายลงโทษ​ พิษภัยร้ายแรงจากอาหาร​ อากาศ​ อารมณ์​ เป็นพิษ​ ชีวิตก็จะยืนยาว​ ไม่ต้องไปฆ่ากันตายทำลายเผ่าพันธุ์ให้สูญสิ้น​ ให้ฉิบหายเดือดร้อนไปทุกที่

แต่ถ้ารู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็หลุดพ้นจากความยึดถือ​ โง่​ บ้า​ เดือดร้อน​ ได้ทุกเรื่อง

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

 2 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2020, 03:26:56 AM 
เริ่มโดย มุ่ยซัน - กระทู้ล่าสุด โดย มุ่ยซัน
โง่​ บ้า​ พัฒนาความยึดถือ​ เต็ม​ร้อย สร้างตึกสูง​ เรือใหญ่​ อะไรๆ ก็ยิ่งใหญ่​ อลังการ​ แต่ก็ป้องกันใส่ร้ายลงโทษไม่ได้​ จึงฆ่ากันตาย​ อาหาร​ อากาศ​ อารมณ์เป็นพิษ​ ชีวิตสั้น​ หาจุดอยู่สะดวกสบายไม่ได้  ใส่ร้ายให้กับชีวิตตลอด​ ที่พูดทำ​ คิด​ ใส่ดีไม่เป็น​ เพียงแต่รู้ทันจะคิดดับๆ​  ก็ใส่ดีไปได้ทุกที่ทำลายใส่ร้ายได้หมด​ หลุดพ้นจากความยึดถือไม่โดนใส่ร้ายลงโทษให้ฉิบหาย​ เดือดร้อน​ แน่นอน​ ท้าพิสูจน์ให้รู้ทันจะพูด​ จะทำ​ จะคิดดับๆ​ ก็เป็นผลฉลาดทุกเรื่อง

จากสายสืบนิสัยศาสตร์
(ถ้าสอนใส่ดีให้ไม่เอาจะได้ไม่ไปโปรด)​

 3 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2020, 10:14:08 PM 
เริ่มโดย varunya - กระทู้ล่าสุด โดย varunya
"บรรลุธรรมในธรรมชาติตนเอง"

"บรรลุธรรม" เป็นเพียงคำกล่าวลอยๆ
โดยธรรมชาติเดิมแท้ที่เป็นจริงตลอดเวลานั้้น
มีเพียง ความรู้สึก สู่ความรู้สึก เท่านั้น
มีความรู้สึกที่มีร่วมกันอย่างมีอิสระ
อยู่ตลอดเวลา
กลมกลืนในธรรมชาติตรงนั้น
ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
ธรรมชาติจึงไม่มีเรื่องราว
ให้บรรลุอะไรในเรื่องราวตรงนั้น
มีเพียงความจริงที่มีอยู่
เหมือนสิ่งที่มี แต่ไม่มีเรื่องราวใดๆ
เพราะต่างมีอิสระร่วมกัน
จึงไม่แตะต้องกันและกัน
เปรียบเหมือน บรรลุธรรม
ที่ไม่ต้องบรรลุอะไร
หรือทำอะไร ให้ได้บรรลุธรรม

.....ความจริงของธรรมชาติที่เป็นเดิมแท้เป็นธรรมชาติที่มีอิสระตลอดเวลา ไม่มีชื่อไม่มีเรื่องราว ไม่มีใครเป็นเจ้าของ รู้สึกได้แต่แตะต้องไม่ได้เข้าใจแล้วก็ต้องทิ้งความเข้าใจ ดูแล้วก็ต้องทิ้งดูรู้แล้วก็ต้องทิ้งรู้ ไม่มีเรื่องราวในดูและรู้หมดจดในตนเอง บริสุทธิ์ไม่ทิ้งร่องรอยใดให้ดูและรู้อีก แต่มีให้ดูมีให้รู้ เพียงดูผ่านและรู้ผ่าน แค่นี้เอง
ธรรม ธรรมชาติดั้งเดิมของตนเอง เป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างเท่านั้น ไม่มีรูป ไม่รองรับอะไร ไม่มีเกิด ดับ รู้สึกได้แตะต้องไม่ได้
สิ่งที่ท่านจดจำมาเรียกว่า ธรรม คำๆ นี้เป็นคำกล่าวลอยๆ มีรูปทรง มีความรู้สึก มีเรื่องราว มีตัวตนรองรับ มีเกิด ดับ ในคำว่า ธรรม คำนี้
เรื่องราวเนื้อหาตรงนี้ผู้เขียนจะชี้และสะกิดให้ดูในความจริงที่เป็นธรรมชาติเดิมแท้ของท่านเอง ที่เป็นอิสระอยู่ตลอดเวลา
ธรรมชาติส่วนที่หนึ่ง มีองค์ประกอบที่เป็นอิสระร่วมกันที่ไม่มีเรื่องราวในตนเอง องค์ประกอบต่างๆ ที่เกิดเป็นธรรมชาติตนเองถูกหล่อหลอมรวมกัน
เกิดขึ้นมา ไม่มีรูปทรง อาศัยอยู่ภายใน รู้สึกได้แต่แตะต้องใดๆ ไม่ได้
คำว่า “แตะต้องใดๆ ไม่ได้” ท่านตามมาดูไปเรื่อยๆ เดี๋ยวผู้เขียนจะชี้และสะกิดให้ดูความจริงที่แตะต้องไม่ได้คืออะไร....

โหลดอ่านฟรี....ไฟล์หนังสือคู่มือบรรลุธรรม ในธรรมชาติตนเอง เพื่อเป็นธรรมทานให้แก่ผู้ที่สนใจทุกท่านค่ะ

https://palungjit.org/threads/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87.707358/


หรือ

https://archive.org/details/23_20200210/page/n119/mode/2up

หรือ
https://www.ebooks.in.th/ebook/50868/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1_%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87/

 4 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2020, 04:04:54 PM 
เริ่มโดย เกียรติคุณ - กระทู้ล่าสุด โดย เกียรติคุณ
อุปมาธรรมละกามราคะเพื่อเดินไปสู่การเหลือเพียงกามฉันทะ

    อุปมาธรรมละกามราคะเพื่อเดินไปสู่การเหลือเพียงกามฉันทะนี้.. ซึ่งสภาพจริงมันเป็นปัจจัตตัง เหมือนหลวงปู่บุญกู้ อนุวัฑฒโน ท่านกรุณาสอนไว้ว่า..เราทำเราก็ได้ เราทำได้ที่เรามันก็เป็นของเรา เขาทำเขาได้เราเอามาพูดมันก็เป็นของเขาได้ไม่ใช่เราได้ เมื่อพูดไปก็เหมือนประกาศสิ่งที่เขาได้โดยเราแอบอ้างเท่านั้น อย่างนั้นแล้วศีลจะไปหาเอาลูบคลำเอาที่ไหน ..ดังนี้ความรู้โดยส่วนตัวนี้ผมบันทึกไว้เพื่อใช้ทบทวนกรรมฐาน จะไม่ปะติดปะต่อ ไม่เรียบเรียง แต่รู้ได้ด้วยตัวเอง
     หากท่านใดแวะชมต้องแยะแยะจริงแท้ถูกผิด หากตีความได้น้อมนำทำตามแล้วเจริญได้ดีถูกตรง ก็ขอให้ท่านรู้ไว้เลยว่าธรรมอันพระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้นให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ไม่มีพระพุทธเจ้าจะไม่มีพระธรรม ไม่มีพระธรรมจะไม่มีพระสงฆ์ ไม่มีพระสงฆ์ก็จะไม่มีผู้เผยแพร่ธรรมแท้มาสู่เรา

อุปมาธรรมละกามราคะ เพื่อเดินไปสู่การเหลือเพียงกามฉันทะนี้ พอจะจำแนกเพื่อบันทึกกรรมฐานไว้ได้ดังนี้..


วันเสาร์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตรงกับวัน มาฆะบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓

กามมันอิ่มไม่เป็น ตราบใดที่ยังไม่อิ่มกามก็มีอยู่ทุกเมื่อ ซึ่งจะรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่ที่กำลังของจิต การละกามทั้งปวง จึงต้องทำให้ใจอิ่ม เมื่อใจอิ่มมันก็รู้จักพอ ..เมื่อใจมันพอ มันเบื่อหน่าย ระอา ..มันก็คลายในกามราคะ..นิพพิทา-วิราคะ -> ถอนออกสละคืน

การละกามในคน 2 ประเภท
 
1. คนที่อิ่มแล้ว ..ความอิ่มเต็มใจ ความพอ ไม่ต้องการอีก ย่อมมีใจน้อมไปในนิพพิทา วิราคะ เป็นไปเพื่อละกาม
     ..ธรรมนั้นเป็นไฉน อุปมาเหมือนดั่งบุคคลผู้กินอิ่ม ไม่โหยหา ไม่ต้องการ มีความพอแล้ว ไม่กระหาย
     - อุปไมยดั่งอาหารที่กินเป็นของโลกียะ
     - อุปไมยความอยากได้ต้องการโหยหากระหายนั้นเป็นกาม
     - อุปไมยความอิ่มพอนั้นเป็นความเต็มใจน้อมไปในการสละ เป็นอาหารเป็นกำลังในนิพพิทา วิราคะ

    ..จะเห็นได้ว่า ความอิ่มพอนี้ มันอิ่มที่ใจ เกิดที่ใจ ทำที่ใจ ซึ่งมีธรรมใช้ในหลายอย่างซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงไว้ดีแล้ว โดยกรรมฐานอันเป็นคุณแห่งการละนั้นก็เปรียบได้เหมือนการกำหนดเดินจิตกรรมฐานแห่งธรรมดังนี้ คือ..
     - อุปมาเปรียบเหมือนดั่งผู้เจริญจาคานุสสติ ความว่าสิ่งนี้เต็มแล้วเรามีแล้วได้แล้ว เพียงพอแก่เราแล้ว ..จิตถึงจาคะ คือ ถึงความเต็มกำลังใจน้อมเพื่อคลายกำหนัด เกิดนิพพิทา วิราคะ สละคืน
     - อุปมาเปรียบเหมือนคนอบรมจิตคลายสมมติกาย ทำที่ใจ ความเห็นในสมมติใจ ความเห็นในสมมติธรรม ความไม่ติดใจข้องแวะ ความวางเฉยไม่ยินดียินร้ายต่อธรรมสังขาร ความดำรงมั่นอยู่ การเดินจิต การถอน สละคืน



2. คนที่ยังไม่อิ่ม ..หากยังไม่อิ่ม ก็ต้องมารู้เห็นของจริง จนเกิดความหน่าย ความระอา นิพพิทา วิราคะ เพื่อละกาม
     ..ธรรมนั้นเป็นไฉน อุปมาเหมือนดั่งบุคคลผู้ยังไม่ได้กิน กินแล้วแต่ก็ยังไม่อิ่มยังไม่พอ ยังอยากได้ต้องการโหยหากระหายอยู่ไม่ขาด
     - อุปไมยดั่งอาหารที่กินเป็นของโลกียะ
     - อุปไมยความอยากได้ต้องการโหยหากระหายนั้นเป็นกาม
     - อุปไมยความยังไม่ได้กิน คือ ยังไม่เคยลิ้มลองสัมผัส
     - อุปไมยความกินแล้วยังไม่อิ่ม ไม่พอ คือ ความได้เสพย์แล้วมีแล้วแต่ไม่เต็มในใจ ไม่เพียงพอในใจ ยังโหยหา การทำให้อิ่มในกามไม่ใช่ต้องเสพย์กาม ด้วยยิ่งเสพย์ตามมันไปให้มากเท่าไหร่ กามมันก็อิ่มไม่เป็น แม้ได้ครบหมดทั้งโลกมันก็ยังอิ่มไม่เป็น เหมือนโอ่งน้ำก้นรั่วให้เทน้ำไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ยิ่งคิดคำนึงถึงยิ่งโหยหา

    ก. ดังนั้นทำความอิ่มนี้ทำที่ใจให้มันอิ่ม ทำความหน่าย ความระอา ความถอน ถึงความสำรอกออก ซึ่งมีธรรมใช้ในหลายอย่าง เช่น..

     - สัญญา ๑๐
     - อสุภะสัญญา หรือ ทวัตติงสาการ หรือบางที่เรียกแทนโดยกายคตาสติ ความเห็นจริงในภายในกายนี้แล เป็นของไม่สะอาด มีอยู่เพียงเท่านั้น อาศัยหนังหุ้มเป็นที่สุดรอบ มีผม เล็บ ฟัน เป็นต้นให้ดูงาม ม้างกายออกจนไม่มีเรา ไม่ใช่เรา ไม่เป็นเรา ไม่มีเราในนั้น ในนั้นไม่มีเรา ไม่เป็นเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ความไม่มีตัวตน ไม่ใช่ตัวตน คลายฉันทะถึงอนัตตา
     - อาทีนวสัญญา เห็นเพียงที่ประชุมโรค ไม่ควรยินดี เป็นไปเพื่อคลายฉันทะถึงความหน่ายระอาในกายนี้
     - จตุธาตุววัตถาน, ธาตุวิภังค์-ธาตุ ๖ เห็นสภาพจริง อาศัยจิตนี้จรมาอาศัย มีใจเข้ายึดครอง ความไม่ใช่ตัวตน
     - อสุภะ ๑๐ ความเห็นตามจริงในกายนี้ ถึงความไม่เที่ยง
     - พรหมวิหาร ๔ เจโตวิมุตติ

     ข. ซึ่งกรรมฐานข้างต้นจะทำความหน่ายระอาต่อใจอย่างไร ..ก็อุปมาเปรียบการกำหนดเดินไปของจิตอันเป็นธรรมกื้อกูลในวิราคะให้เข้าใจได้เหมือน..
     - อุปมาเปรียบเหมือนดั่งใช้ฉันทะละฉันทะ คือ ความเต็มใจยินดีออกจากกาม ความเห็นในสิ่งที่ยินดียิ่งกว่า เปรียบเหมือนใช้ทานละโลภ คือ มีใจยินดีในอริยะทรัพย์ ควายความตระหนี่หวงแหน ละความอยากได้ใคร่มีใคร่เสพย์ในโลกียะทรัพย์อันปรนเปรอตนเกินความจำเป็น
     - อุปมาสภาพธรรมแห่งนิพพิทา วิราคะ คือ จิตถึงสัพพโลเก อนภิรตสัญญา กำหนดหมายในความไม่เพลิดเพลินโลกียะทั้งปวง จิตถึงสัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญา ถึงความความหน่าย ระอา จิตน้อมไปเพื่อคลายกำหนัด เป็นไปเพื่อความสละคืน
     - อุปมาการเดินจิตเปรียบเหมือนดั่ง..พรหมวิหาร ๔ เจโตวิมุตติ หรือ ธาตุวิภังค์-ธาตุ ๖ ..อบรมจิตเห็นในสมมติกาย ความเห็นในสมมติใจ ความเห็นในสมมติธรรม ความติดใจข้องแวะเป็นทุกข์ ความวางเฉยไม่ยินดียินร้ายต่อธรรมสังขาร ความดำรงมั่นอยู่ การเดินจิต ถอน สละคืน




 5 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2020, 01:07:56 PM 
เริ่มโดย เกียรติคุณ - กระทู้ล่าสุด โดย เกียรติคุณ
โสดาปัตติมรรค

- ถึงพระรัตนตรัย
- ทาน ศีล ภาวนา มีครบต่อเนื่องด้วยตัวมันเอง
- ศีลไม่กลับกลอก
- จิตตั้งในกุศล
- มุ่งตรงพระนิพพาน

 6 
 เมื่อ: มกราคม 29, 2020, 01:40:49 PM 
เริ่มโดย dryflower - กระทู้ล่าสุด โดย Umedanumba
สงสัยจะจบได้ด้วยดีนะ

 7 
 เมื่อ: มกราคม 29, 2020, 01:39:30 PM 
เริ่มโดย ฟรี - กระทู้ล่าสุด โดย Umedanumba
ลองหาเวลาไปบวชชีพามบ้างนะครับ จะได้ปลงให้มากขึ้น จะได้ไม่คิดมาก

 8 
 เมื่อ: มกราคม 14, 2020, 08:53:47 PM 
เริ่มโดย มุ่ยซัน - กระทู้ล่าสุด โดย มุ่ยซัน
เพระรู้ทันจะคิดดับๆ​ สงครามจึงไม่เกิด​ โจร​ไม่มี​ ไม่ต้องฆ่าโกง​ หลอกลวงกัน​ ไม่เครียด​ ไม่เคือง​ อยู่กันศิวิไลซ์ ท้าพิสูจน์ได้ตลอดเวลา​ ไม่ได้บอกให้เชื่อ​โง่งมงาย​  แต่บอกให้ขยันรู้ทันจะคิดดับๆ​ จะเผลอดับๆ​ จะหลับ​ จะตื่น​ จะสดชื่น​ สุข​ สวย​ รวย​ ฉลาดทุกเรื่อง

สายสืบนิสัยศาสตร์

 9 
 เมื่อ: มกราคม 13, 2020, 08:30:32 PM 
เริ่มโดย มุ่ยซัน - กระทู้ล่าสุด โดย มุ่ยซัน
เพราะรู้ไม่ทันจะคิดดับๆ​ จึงเกิดภัยแล้ง​ ภัยร้าย​ โจรร้าย​ ฆ่าตัวตาย​ยกครัว​ อากาศเป็นพิษ​ แผ่นดินลุกเป็นไฟ​ เหตุเกิดจากความชอบ​ ชัง​ เฉย​

รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็พ้นภัยใส่ร้ายทุกชนิด

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

 10 
 เมื่อ: มกราคม 12, 2020, 07:57:07 PM 
เริ่มโดย มุ่ยซัน - กระทู้ล่าสุด โดย มุ่ยซัน
จับต้นเหตุได้ก็จับสาระได้​   จับสาระได้ก็พัฒนาความกตัญญูได้​ ต้นเหตุอยู่ตรงที่จะเกิดและจะดับของทุกสิ่ง​ รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็จะเข้าใจได้ทุกศาสตร์​

เพราะเป็_นการทำวิจัยสิ่งแรกเกิด​ ทั้งความรู้สึกและวัตถุ​ ต้องสังเกตใส่ใจให้เหตุต้น​ กลาง​ สุด​ ของความเปลี่ยนแปลงให้ไวกว่าความคิด​ แล้วจะเข้าใจได้ทุกอย่าง​ ด้วยความรู้ทัน​ จะเข้าใจดับๆ

รู้ทันได้แม้กระทั่งจะหลับและจะตื่น​ เป็นการศึกษาปัญญาขั้นรู้ทัน​ ที่เป็นสุดยอดแห่งไอคิวและอีคิว​


ไม่มีฟรี

รู้ไม่ทันจะคิดดับๆ​ เลยให้ไม่เป็นใส่ดีไม่ได้​ โง่​ บ้า​ ยึดถือ​ ใส่ร้ายก็โดนใส่ร้ายลงโทษ​ โดนอาหาร​ อากาศ​ อารมณ์​ เป็นพิษภัย​  ฆ่าตายยกครัว​ อยู่ยาก​ ตายง่าย​ ไม่สบายทั้งกาย​ ใจ​


วิชายอมตาย

ฟ้าถล่ม​ ดินทลาย​ ใส่ร้ายจะด่า​ ก็ไม่สะดุ้งกลัว​ ไม่คิดป้องกัน​ รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ชนะปราบใส่ร้ายได้หมด​ สุข​ สวย​ รวย​ ได้หมด​ สุข​ สวย​ รวย​ สบาย​ ปลอดภัยทุกอย่าง

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

หน้า: [1] 2 3 ... 10

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กุมภาพันธ์ 21, 2020, 10:47:47 AM